สรุปสั้นๆ ก่อน: คู่เงินในตลาด Forex แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามสภาพคล่อง ยิ่งสภาพคล่องสูง spread ยิ่งถูกและราคายิ่งเคลื่อนไหวสมเหตุสมผล มือใหม่ควรเริ่มจากคู่เงินหลัก 1–2 คู่ก่อน แล้วอยู่กับมันจนชิน
1. คู่เงินหลัก (Major Pairs)
คู่ที่มี USD อยู่ในคู่เสมอ และเป็นคู่ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก มี 7 คู่หลักๆ
| คู่เงิน | ชื่อเล่น | ลักษณะ |
|---|---|---|
| EUR/USD | ยูโร | สภาพคล่องสูงสุดในโลก spread ถูกที่สุด เคลื่อนไหวนิ่ง |
| GBP/USD | เคเบิล | ผันผวนกว่ายูโรพอสมควร ชอบวิ่งแรงช่วง London |
| USD/JPY | เยน | เคลื่อนไหวเป็นเทรนด์สวย ไวต่อข่าวดอกเบี้ย |
| USD/CHF | สวิสซี่ | มักวิ่งตรงข้ามกับ EUR/USD |
| AUD/USD | ออสซี่ | ผูกกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์และเศรษฐกิจจีน |
| USD/CAD | ลูนี่ | ผูกกับราคาน้ำมันดิบค่อนข้างชัด |
| NZD/USD | กีวี | คล้าย AUD แต่สภาพคล่องน้อยกว่า |
ข้อดี: spread ถูก (บางช่วงต่ำกว่า 1 pip), มีข้อมูลวิเคราะห์เยอะ, ราคาเคลื่อนไหวตามเทคนิคค่อนข้างดี
ข้อควรระวัง: ไวต่อข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทุกตัว โดยเฉพาะ NFP และ FOMC
2. คู่เงินรอง (Minor Pairs / Cross Pairs)
คู่ที่ ไม่มี USD แต่ประกอบจากสกุลเงินหลักด้วยกัน เช่น
- EUR/GBP — เคลื่อนไหวช้า เหมาะกับคนที่ชอบเทรด range
- EUR/JPY, GBP/JPY — ผันผวนสูงมาก โดยเฉพาะ GBP/JPY ที่เทรดเดอร์เรียกกันว่า “สัตว์ประหลาด”
- AUD/JPY, EUR/AUD, GBP/AUD — ใช้ดูภาวะ risk-on / risk-off ของตลาดได้
ข้อดี: โอกาสเทรดหลากหลายขึ้น ไม่ต้องรอแต่ข่าวสหรัฐฯ
ข้อควรระวัง: spread กว้างกว่า major ประมาณ 1.5–3 เท่า และราคากระชากแรงกว่ามาก
3. คู่เงินแปลก (Exotic Pairs)
คู่ที่จับสกุลเงินหลักคู่กับสกุลเงินของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น USD/THB, USD/TRY, USD/ZAR, USD/MXN, EUR/TRY
ข้อควรระวังก่อนคิดจะแตะ:
- spread กว้างมาก บางคู่ 30–100 pips ซึ่งกินกำไรคุณตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
- สภาพคล่องต่ำ เกิด slippage ง่ายมากในช่วงข่าว
- ค่า swap สูง ไม่เหมาะกับการถือยาว
- อ่อนไหวต่อการเมืองและนโยบายธนาคารกลางในประเทศนั้นๆ ซึ่งคาดเดายากกว่ามาก
พูดตรงๆ ครับ มือใหม่ยังไม่ควรแตะคู่ exotic ไม่ใช่เพราะมันเทรดไม่ได้ แต่เพราะต้นทุนการเรียนรู้ของมันแพงเกินไปในช่วงที่คุณยังไม่แม่นระบบตัวเอง
แล้วมือใหม่ควรเริ่มจากคู่ไหน
คำแนะนำของผม: เลือกแค่ 1–2 คู่ แล้วอยู่กับมันอย่างน้อย 3 เดือน
ตัวเลือกที่เหมาะที่สุด
- EUR/USD — เหมาะกับทุกคน spread ถูกที่สุด เคลื่อนไหวมีเหตุผล มีคนวิเคราะห์ให้อ่านเยอะที่สุด
- USD/JPY — เหมาะกับคนชอบเทรดตามเทรนด์ เคลื่อนไหวเป็นระเบียบ
- XAU/USD (ทองคำ) — คนไทยชอบเทรดกันเยอะ แต่ต้องรู้ว่ามันผันผวนกว่า EUR/USD หลายเท่า ควรลด lot ลงครึ่งหนึ่งเสมอ
ทำไมต้องอยู่กับคู่เดิมนานๆ? เพราะแต่ละคู่มี “นิสัย” ของมัน เช่น ปกติวิ่งวันละกี่ pip, ชอบวิ่งช่วงเวลาไหน, ตอบสนองกับ support/resistance ยังไง สิ่งเหล่านี้เรียนจากหนังสือไม่ได้ ต้องนั่งดูกราฟเดิมซ้ำๆ จนคุ้นเท่านั้น
คนที่กระโดดเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ คือคนที่ไม่เคยเก่งสักคู่เดียว
กับดักที่พบบ่อย: เปิดหลายคู่พร้อมกันโดยไม่รู้ว่ามันซ้ำกัน
ถ้าคุณเปิด Buy EUR/USD + Buy GBP/USD + Sell USD/CHF พร้อมกัน คุณคิดว่าคุณกระจายความเสี่ยง 3 ไม้
ความจริงคือคุณกำลัง Sell USD หนักๆ ไม้เดียว 3 เท่า เพราะทั้ง 3 ออเดอร์เดิมพันทิศทางเดียวกันหมด ถ้า USD แข็งค่าขึ้น คุณเจ็บพร้อมกันทั้ง 3 ไม้
กฎง่ายๆ: นับความเสี่ยงเป็น “สกุลเงิน” ไม่ใช่ “จำนวนออเดอร์”
คำถามที่พบบ่อยเรื่องคู่เงิน
Q: มือใหม่ควรเทรดคู่ไหนดีที่สุด?
EUR/USD เหมาะที่สุด เพราะ spread ถูกที่สุด สภาพคล่องสูงสุด และมีข้อมูลวิเคราะห์ให้ศึกษามากที่สุด
Q: ควรเทรดกี่คู่พร้อมกัน?
มือใหม่ควรเริ่มจาก 1–2 คู่ และอยู่กับมันอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้คุ้นกับพฤติกรรมราคาของคู่นั้นจริงๆ
Q: ทองคำ (XAU/USD) นับเป็นคู่เงินไหม?
ทางเทคนิคเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ไม่ใช่คู่เงิน แต่เทรดในแพลตฟอร์มเดียวกัน ข้อควรระวังคือผันผวนกว่า EUR/USD หลายเท่า ควรลดขนาด lot ลง
Q: คู่เงินแปลกเทรดได้กำไรดีกว่าจริงไหม?
ราคาเคลื่อนไหวแรงกว่าก็จริง แต่ spread ที่กว้างมากและ slippage บ่อยทำให้ต้นทุนสูงจนกินกำไรไปเกือบหมด ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่
อ่านต่อ:
- Spread และ Lot คืออะไร?
- ตลาด Forex เปิด–ปิดกี่โมง ช่วงไหนเทรดดีที่สุด
- Money Management 101: เสี่ยงกี่ % ต่อไม้ถึงจะอยู่รอด
คำถามชวนคุย: ตอนนี้เพื่อนๆ เทรดคู่ไหนกันอยู่บ้างครับ แล้วเลือกคู่นั้นเพราะอะไร? ใครเทรดทองอย่างเดียวยกมือหน่อย
มาแลกเปลี่ยนกันครับ ![]()
บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง